รวม 23 ที่เที่ยวโอซาก้า ตามย่านฮิต เปิดใหม่ วางแผนเที่ยวโอซาก้าด้วยตัวเอง อัพเดตล่าสุด 2568

หากพูดถึงการเที่ยวโอซาก้า(Osaka)ก็พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันจริงๆ สถานที่ท่องเที่ยวไม่ว่าแนวไหนก็มีให้ครบทั้งวัดวาอาราม ศาลเจ้าศักดิ์และสวยงาม สวนสนุกยิ่งใหญ่ฮอตฮิตระดับโลก สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นแบบโบราณ แหล่งช้อปปิ้งใหญ่ยักษ์ไม่แพ้โตเกียว แถมอาหารยังเด็ดดวงมีแต่ของอร่อยๆแบบท้องถิ่นให้เลือกชิมมากมายเต็มไปหมด ทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางฮอทฮิตตลอดกาลเมื่อมาเที่ยวยังญี่ปุ่นก็ว่าได้ ที่สำคัญค่าครองชีพไม่ว่าจะค่าอาหาร ที่พัก ก็ยังเบาๆกว่าโตเกียวอยู่พอสมควร เรียกได้ว่าโอซาก้าถือเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ล้นเหลือจะไปครั้งแรกก็เป๊ะปัง จะไปกี่ครั้งก็ไม่มีคำว่าเบื่อ เมื่อมาเยือนแล้วจะต้องตามเก็บที่เที่ยวที่ไหนบ้างนั้นตามมาชม สถานที่ท่องเที่ยวน่าไปในโอซาก้า กันได้เลย
ในบทความนี้เราจะตอบคำถามสำคัญให้กับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวโอซาก้าด้วยตัวเองอยู่ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆของเมืองนี้แล้ว เรายังจะตอบคำถาม เช่น โอซาก้ามีอะไรให้เที่ยวบ้าง มีย่านไหนน่าเที่ยวบ้าง ควรพักที่ย่านไหน มีของกินหรือร้านอาหารอะไรต้องลองบ้าง ไปช้อปปิ้งที่ไหน เดินทางยังไง ควรใช้เวลากี่วันและวางแผนเที่ยวยังไงดี จนถึงแต่ละฤดูในโอซาก้าแตกต่างกันอย่างไร สภาพอากาศเป็นยังไงบ้าง แบบครบจบที่เดียวเลย นอกจากนี้เรายังมีบทความที่เจาะลึกในแต่ละหัวข้อแยกให้ด้วยในตอนท้ายของบทความ หรือค้นหาที่กูเกิ้ล ด้วยคำว่า TalonJapan + หัวข้อที่ต้องการรู้ได้เลย
ย่านท่องเที่ยวในโอซาก้ามีอะไรบ้าง ?
เนื่องจากว่าโอซาก้าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ไม่แพ้โตเกียว การวางแผนท่องเที่ยวจึงควรจะรู้ว่าจะแบ่งพื้นที่การเที่ยวออกเป็นส่วนย่อยๆของแต่ละวันหรือช่วงเวลาอย่างไร เพื่อให้การเดินทางไม่ต้องย้อนไปย้อนมา โดยเราจะขอแบ่งเมืองโอซาก้าออกเป็นทั้งหมด 5 ส่วนด้วยกันดังนี้
ย่าน Namba: เป็นย่านที่คึกคัก มีชีวิตชีวา มีแหล่งช้อปปิ้ง ตลาด ถนนคนเดิน ร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงมากมาย ทำให้เป็นที่นิยมสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น สถานีรถไฟหลัก: Namba Station, Shinsaibashi Station , Nipponbashi Station มีไฮไลท์ที่เที่ยวเช่น โดทงบุริ ชินไซบาชิ และนัมบะ โด่งดังเพราะ ป้ายไฟนีออน ร้านอาหาร และถนนช้อปปิ้ง ตลาดคุโรมง และ ศาลเจ้า นัมบะ ยาสะกะ
ย่าน Umeda: เป็นย่านธุรกิจ ออฟฟิศ และการค้าที่คึกคักอีกแห่งหนึ่งของโอซาก้า มีตึกสูง ห้างสรรพสินค้า และแหล่งบันเทิงมากมาย สถานีรถไฟหลัก คือ Osaka Station หรือ Umeda Station มีไฮไลท์ที่เที่ยวเช่น Umeda Sky Building ตึกสูงที่มีจุดชมวิวแบบลอยฟ้า และ พิพิธภัณฑ์บะหมี่สำเร็จรูป
ย่าน Nakanoshima: เป็นเกาะเล็ก ๆ ในใจกลางเมืองโอซาก้า ระหว่างแม่น้ำ Dojima และ Tosabori พื้นที่นี้มีสวนสวย พิพิธภัณฑ์ และสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างสมัยใหม่ และแบบดั้งเดิม สถานีรถไฟหลัก: Nakanoshima Station มี Nakanoshima Park (สวนสาธารณะนาโนะชิมะ): สวนสวยที่มีดอกไม้ตามฤดูกาลและวิวแม่น้ำ Nakanoshima Museum of Art ที่เพิ่งเปิดใหม่ และ National Art Museum Osaka
ย่าน Nagai: มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีสวนพฤกษศาสตร์ สนามกีฬา และงานศิลปะดิจิทัล เป็นสถานที่พักผ่อนเงียบสงบที่มีพื้นที่สีเขียวและสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมมากมาย สถานีรถไฟหลัก: Nagai Station มีไฮไลท์ที่เที่ยวเช่น Nagai Botanical Garden และ teamLab Botanical Garden
ย่าน Tennoji: เป็นการผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและสมัยใหม่ มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ แหล่งช้อปปิ้ง และตึกที่เคยสูงที่สุดในญี่ปุ่น สถานีรถไฟหลัก: Tennoji Station มี Abeno Harukas (จุดชมวิวอาเบะโนะ ฮารุกัส), หอคอย Tsutenkaku Tower ในย่านชินเซไก และ วัด ชิเทนโนจิ
ย่านปราสาทโอซาก้า เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่เป็นที่ตั้งของปราสาทโอซาก้าที่มีชื่อเสียง ล้อมรอบด้วยสวนสวยและสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอื่น ๆ สถานีรถไฟหลัก: Osakajokoen Station มีไฮไลท์คือ Osaka Castle และ ศาลเจ้าโอซาก้าเทมมังงุ (Osaka Tenmangu Shrine)
ย่าน Osaka Bay จะเน้นสถานที่ท่องเที่ยวเน้นกิจกรรมหลากหลาย ทั้งสวนสนุก และจุดชมวิวริมอ่าวที่สวยงาม สถานีรถไฟหลัก: Universal City Station และ Osakako Station มีไฮไลท์คือ Universal Studio Japan สวนสนุกยอดฮิตอันดับ 2 ของญี่ปุ่น และ Osaka Aquarium Kaiyukan หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
พื้นที่รอบๆตัวเมืองโอซาก้าส่วนใหญ่จะเป็นที่เที่ยวทางธรรมชาติ อาจจะต้องใช้เวลาเดินทางออกจากเมืองประมาณ 20-60 นาที มักจะโดดเด่นตามฤดูกาล เช่น ไปดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ สวนสาธารณะ Expo 70 หรือน้ำตกที่ Minoh Park เป็นต้น
เมื่อรู้จักกับย่านท่องเที่ยวต่างๆของโอซาก้ากันแล้ว มาอัพเดตสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่ล่าสุดของโอซาก้ากันก่อนเลย
1. Super Nintendo World โซนใหม่ใน Universal Studio Japan

ibubie/shutterstock.com

kanta-maam/shutterstock.com

mergeidea/shutterstock.com
Super Nintendo World – โซนเครื่องเล่นเปิดใหม่ล่าสุด ของ Universal Studios Japan ในเมืองโอซาก้า เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2021 ดินแดนใหม่เอี่ยมนี้เป็นความฝันของแฟน Nintendo ตัวจริง มีทั้งร้านอาหาร แผงขายขนม การทักทายกับตัวละคร ร้านค้า และองค์ประกอบแบบอินเทอร์แอคทีฟมากมาย เป็นอะไรที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยเลยจริงๆไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อก็มาได้หมด
Universal Studios Japan เรียกได้ว่ายิ่งใหม่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียเลยกว่าได้ แนะนำให้ใช้เวลาแบบเต็มวันนั้นมาแต่เช้า ที่สำคัญซื้อพาสมาจะดีที่สุดไม่งั้นรอคิวจนอาจหมดสนุกง่ายๆ แน่นอนว่าโซน The Wizarding World of Harry Potter ต้องถูกใจเหล่าสกวกพ่อมดน้อยแน่ๆ ที่ประหนึ่งจองลองโลกเวทมนตร์มาลงที่นี่ก็ไม่ปาน อีกจุดหนึ่งที่หลายๆคนชอบก็น่าจะเป็น Minions Park ที่จะถูกใจเหล่าสกวกเจ้า MINIONS ตัวเหลือจอมซนอย่างแรง นอกจากจะมีโซนต่างๆมากถึง 15 โซน พร้อมเครื่องเล่นสนุกๆสุดมันส์แล้ว ยังมีขบวนพาเรดสุดอลังมาให้ดูกันแบบจุใจอีกกต่างหาก
การเดินทาง
นั่งรถไฟสาย JR Yumesaki Line มาลงที่สถานี Universal City เดินต่ออีกประมาณ 5 นาที
2. teamLab Botanical Garden
teamLab Botanical Garden เป็นพิพิธภัณท์ศิลปะแบบ Emersive Digital ที่ให้ประสบการณ์ในการรับชมโดยการสัมผัสและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผลงานศิลปะ ที่โด่งดังของญี่ปุ่นที่มีจัดอยู่หลายๆเมืองทั่วโลก และยังได้รับรางวัลอีกมากมาย โดยจัดขึ้นที่สวนสาธารณะ Nagai Park แต่สำหรับที่นี่จะพิเศษตรงที่เปิดเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น
3. พิพิธภัณท์ศิลปะ Nakanoshima Museum of Art

marco-fine/shutterstock.com

leungchopan/shutterstock.com

richie-chan/shutterstock.com
พิพิธภัณท์ศิลปะ Nakanoshima Museum of Art เปิดใหม่ล่าสุด ในอาคาร Modern Minimal สีเข้ม สวยเด่น สะดุดตา บนเกาะกลางแม่นน้ำ Nakanoshima จัดแสดงผลงานศิลปะหลากหลายแบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้จัดแสดงอะไรอยู่ก็เข้าไปดูที่เว็บ Official ได้เลย
4. Nijigen no Mori หรือ Anime Park
Nijigen no Mori เป็นธีมพาร์คที่เอาใจสายอนิเมะที่มาในหลายๆธีมจนแฟนคลับญี่ปุ่นต้องหลงรัก ไม่ว่าจะเป็น Godzilla, Naruto, Dragon Quest, Crayon Shin-chan และแม้ว่าจะตั้งอยู๋บน เกาะ Awaji ไม่ได้อยู่ใน Osaka แต่ก็ไม่ไกลมาก สามารถจะไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ เก็บได้ครบหมดสบายๆ หรือจะค้างคืนก็มีที่พักในธีมอนิเมะ อย่างเช่น Dragon Quest ด้วยนะ
Web Official: https://nijigennomori.com/en/
มาต่อกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตห้ามพลาดตลอดกาลของโอซาก้ากันต่อเลย
5. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

sean-pavone/shutterstock.com
ปราสาทโอซาก้าเป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวยอดฮิตที่สุดของเมือง และยังเป็นสัญญลักษณ์ประจำเมืองนี้ด้วย สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1583 มีสวนรอบปราสาทขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นซากุระ ซึ่งจะสวยงามมากเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิช่วงปลายเดือนมีนาคม
การเดินทาง รถไฟใต้ดิน สถานี Osaka Business Park Station หรือ รถไฟ JR สถานี Osakajokoen Station
6. ย่านโดทงบุริ(Dontonburi) ชินไซบาชิ(Shinsaibashi) และนัมบะ(Namba)

f11photo/shutterstock.com

sanga-park/shutterstock.com

beeboys/shutterstock.com
ทั้งสามย่าน ย่านโดทงบุริ(Dontonburi) ชินไซบาชิ(Shinsaibashi) และนัมบะ(Namba) เป็นย่านฮิตที่อยู่ในบริเวณเดียวกันติดกัน เป็นถนนสายช้อปปิ้งกึ่งอินดอร์ที่มีความยาวมากถึง 600 เมตร เต็มไปด้วยร้านค้าปลีก ร้านเฟรนไชส์ ร้านเสื้อผ้าราคาแพงและ เสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำ รวมถึงร้านอาหารและร้านขนมด้วย กลางคืนนี่เต็มไปด้วยสีสันของบรรดาร้านค้าต่างๆคึกคักมากๆ ของกินต่างๆก็เยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะต้องถ่ายถ่ายรูปที่ป้ายไฟกูลิโกะ (Glico Running Man sign) ที่ชื่อเสียงโด่งดังเสมือนเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของโอซาก้าเลยทีเดียว
การเดินทาง รถไฟ Subway Midosuji Line/Nagahori Line สถานี Shinsaibashi Station
7. จุดชมวิวอาเบะโนะ ฮารุกัส(Abeno Harukas)

dutchmen-photography/shutterstock.com

madsolar/shutterstock.com

Photo by cotaro70s from flickr.com/photos/cotaro70s/24601508779/ [CC by-nd 2.0]
การเดินทาง เดินได้จากสถานีรถไฟ Tennoji Station
8. ศาลเจ้าสุมิโยชิ (Sumiyoshi Taisha)

sean-pavone/shutterstock.com

jasonyan/shutterstock.com

cowardlion/shutterstock.com
หนึ่งในศาลเจ้าที่ทั้งเก่าแก่และมีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดของญี่ปุ่น ดูได้จากปริมาณผู้คนที่เข้ามาขอพรช่วงปีใหม่มากถึง 2 ล้านคน สถาปัตยกรรมของที่นี่ก็นับว่ามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่แพ้ที่ไหนๆ โดยเฉพาะจุดไฮไลท์ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายรูปกันที่บริเวณสะพานไม้สีแดงโซริฮาชิ (Sorihashi Bridge)ที่ว่ากันว่าเมื่อข้ามแล้วจะพบเจอแต่สิ่งที่เป็นมงคลกับชีวิต แถมยังวิวทิวทัศน์ดีงามเป็ฯอันดับต้นๆของแถบคันไซอีกด้วย
การเดินทาง นั่งรถไฟสาย Hankai Tramway ลงที่สถานี Sumiyoshikoen เดินอีกประมาณ 3 นาที
9. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan)

Photo by MIKI Yoshihito from flickr.com/photos/mujitra/8958812559/ [CC by 2.0]

Photo by Bong Grit from flickr.com/photos/bonguri/3738114285/ [CC by-nd 2.0]
การเดินทาง นั่งรถไฟสาย Subway Chuo Line ลงที่สถานี Osakako เดินต่ออีกประมาณ 11 นาที
10. ตลาดคุโรมง(Kuromon Ichiba Market)

lee-yiu-tung/shutterstock.com

fornstudio/shutterstock.com

jaysonphotography/shutterstock.com
ตลาดคุโรมง โอซาก้า เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า จนได้รับสมญานามว่าเป็น ครัวของโอซาก้า(Osaka’s Kitchen) กันเลยทีเดียว มีบรรยากาศภายในเป็นทางเดิน Arcade เล็กๆทอดยาวประมาณ 600 เมตร 2 ข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆกว่า 160 ร้านค้า ขายทั้งของสด และแบบพร้อมทาน มีของกินเล่นและอาหารพื้นเมืองมากมายหลายชนิดให้ได้ชิมกัน
การเดินทาง อยู่เกือบติดกับสถานีรถไฟใต้ดิน Nippombashi Station สาย Sakaisuji Line ออกที่ทางออก No.5 หรือ10
11. หมู่บ้านอเมริกา (America Mura)

george-photo-cm/shutterstock.com

madsolar/shutterstock.com
ย่านแฟชั่นสุดคูลของโอซาก้าที่เต็มไปด้วยอายของความเป็นอเมริกัน ให้อารมณ์ประหนึ่งย่านชิบุย่าในโตเกียวก็ไม่ปาน หากแต่ก็มีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์มากกว่าเพราะจะเน้นไปที่ร้านค้าและแฟชั่นของอเมริกันเป็นหลัก ยิ่งช่วงสุดสัปดาห์นี่จะเต็มไปด้วยวัยรุ่นมาชุมนุมกันจัดกิจกรรมฮิปๆไม่ว่าจะเป็นเต้น ร้องเพลง และเล่นดินตรีให้เห็นกันอยู่เนืองๆ นับว่าเป็นย่านหนึ่งที่มากไปด้วยสีสันของเมืองโอซาก้าก็ว่าได้
การเดินทาง
- นั่งรถไฟสาย Yamatoji line ลงสถานี JR Namba เดินต่ออีกประมาณ 8 นาที
- นั่งรถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line ลงที่สถานี Shinsaibashi เดินต่ออีกประมาณ 7 นาที
12. ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน และย่านริมอ่าวโอซาก้า

torjrtrx/shutterstock.com

theoldhiro/shutterstock.com

Photo by mkitina4 from pixabay.com/en/osaka-port-port-of-osaka-japan-2281899/ [CC by 0.0]
การเดินทาง นั่งรถไฟสาย Subway Chuo Line ลงที่สถานี Osakako เดินอีกประมาณ 8 นาที
13. สวนอนุสรณ์งานเอ๊กซ์โป 70 (Expo ’70 Commemorative Park)

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Scenery_of_Shinji_pond_at_Expo%E2%80%9970_Commemorative_Park_in_Osaka,_November_2016_-_829.jpg

yusheng-hsu/shutterstock.com

sanga-park/shutterstock.com
สวนอนุสรณ์งานเอ๊กซ์โป 70 หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า สวนสาธารณะอนุสรณ์บัมบาคุ ถือเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เคยเป็นสถานที่จัดงาน Japan World Expo มีสัญลักษณ์โดดเด่นอย่างหอหอยพระอาทิตย์ (Tower of the Sun) ช่วงที่น่ามามากที่สุดก็เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากมีการจัดเทศกาลซากุระอันแสนโด่งดังของแถบคันไซ จากการที่มีต้นซากุระมากถึง 5,500 ต้น
การเดินทาง นั่งรถไฟสาย Osaka Monorail Main Line ลงที่สถานี Banpaku-Kinen-Koen เดินอีกประมาณ 7 นาที
14. พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติโอซาก้า (National art museum Osaka)

auttaz/shutterstock.com

nattakit-jeerapatmaitree/shutterstock.com
พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่รวบรวมเอาศิลปะหลากหลายแขนงตั้งแต่อดีตจนถึงในปัจจุบัน รวมไปถึงนิทรรศการคอนเลคชั่นพิเศษๆมาจัดแสดงให้ดูเป็นช่วงๆ แต่ตัวอาคารนี่ก็สามารถดึงดูดความสนใจได้แล้วไม่มากก็น้อย เพราะดูโดดเด่นออกมากจากบรรยากาศรอบๆมากทีเดียว ซึ่งก็ได้ถูกออกแบบโดยเซซาร์ เปลลี (Cesar Pelli) สถาปนิกชื่อดังระดับโลกชาวอาร์เจนตินา-อเมริกัน มีรูปแบบเอกลักษณ์ด้วยโครงสร้างแบบเส้นโค้งที่ฟะซาดและวัสดุโลหะ
การเดินทาง นั่งรถไฟสาย Nakanoshima ลงที่สถานี Watanabebashi เดินอีกประมาณ 5 นาที
15. ศาลเจ้าโอซาก้าเทมมังงุ (Osaka Tenmangu Shrine)

beeboys/shutterstock.com

sanga-park/shutterstock.com
อีกศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น โด่งดังด้านการขอพรเรื่องการเรียนและการสอบต่างๆ ทำให้ช่วใกล้สอบนี่คราคลั่งไปด้วยเหล่านักเรียน นักศึกษาจำนวนมาก ที่จะขอพรกันให้การสอบลุล่วงไปด้วยดีหรือสอบเข้าที่ต่างตามที่มุ่งหวังผ่าน แต่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดน่าจะเป็นจากการเป็นสถานที่จัดงานเทศกาล Tenjin Matsuri ที่ติดหนึ่งในสามเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนั่นเอง
การเดินทาง นั่งรถไฟสาย Sakaisuji Subway Lines ลงที่สถานี Minamimorimachi Station เดินต่ออีกประมาณ 6-7 นาที
16. ตึกอูเมดะสกาย(Umeda Sky Building)

ymgerman/shutterstock.com

tanya-jones/shutterstock.com

kiattisak-anoochitarom/shutterstock.com
เป็นสถาปัตยกรรมอาคารสูงสุดไฮเทคในย่านคิตะของโอซาก้า ตั้งอยู่ใกล้ Osaka and Umeda Station หรือรู้จักกันในชื่อ New Umeda City ตึกแห่งนี้มีความสูงถึง 173 เมตร
การเดินทาง จากสถานี Osaka Station หรือ Umeda Station เดินไปประมาณ 15 นาที
17. สวนสาธารณะนาโนะชิมะ (Nakanoshima Park)

leungchopan/shutterstock.com

marco-fine/shutterstock.com
สวนสาธารณะริมแม่น้ำที่ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกอาคาร จนได้ฉายาว่าโอเอซิสของโอซาก้า รวมทั้งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของชาวเมือง โดยเฉพาะการมีสวนกุหลาบขนาดใหญ่กว่า 4,000 ต้น มีจำนวนสายพันธุ์ถึง 100 ชนิด ที่จะพากันชูช่อออกดอกผลิใบพร้อมเพรียงกันช่วงกลางเดือนพฤษภาคมจนถึงกลางเดือนตุลาคม ด้วยความงดงามนี่เองจึงทำให้ติดอันดับหนึ่งใน 100 สุดยอดทัศนียภาพอันงดงามของเมืองโอซาก้าในที่สุด
การเดินทาง
- นั่งรถไฟสาย Midosuji Line ลงที่สถานี Yodoyabashi เดินต่ออีกประมาณ 9 นาที
- นั่งรถไฟสาย Keihan Line ลงที่สถานี Kitahama เดินต่ออีกประมาณ 5-6 นาที
18. Tsutenkaku Tower

gengorou/shutterstock.com

evergreenplanet/shutterstock.com

Photo by hans-johnson from www.flickr.com/photos/hansjohnson/39768001020 [CCSA2.0]
19. ศาลเจ้า นัมบะ ยาสะกะ Namba Yasaka Shrine

cowardlion/shutterstock.com

jasonyan/shutterstock.com
ศาลเจ้านัมบะ ยาซากะ(Namba Yasaka Shrine) ตั้งอยู่ในย่านนัมบะของเมืองโอซาก้า สามารถเดินเท้าจากจุดถ่ายรูปยอดฮิตอย่างป้ายโฆษณากูลิโกะประมาณ 15 นาทีเท่านั้น มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างหัวสิงโตปั้นหน้าตาดุดันขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า ด้วยความสูง 17 เมตร ความกว้าง 11 เมตรและความลึก 7 เมตร โดยเชื่อกันว่าปากของสิงโตตัวใหญ่นั้นจะสามารถกลืนกินสิ่งไม่ดีต่างๆ ปัดเป่าความชั่วร้ายให้หายไป และนำพามาโชคลาภเข้ามา ซึ่งกลายเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาสักการะขอพระเรื่องการเรียนหรือด้านการงานให้เกิดความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง อีกทั้งด้วยงานปั้นสิงโตที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแม้จะมีใบหน้าท่าทางที่จะดูดุไปอยู่บ้างก็กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมสำหรับผู้คนที่มาเยือนศาลเจ้าแห่งนี้เลยทีเดียว
20. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Nifrel (Nifrel Aquazoo)

chanon83/shutterstock.com

chanon83/shutterstock.com
สุดยอดอควาเรียมที่นำเสอการจัดแสดงสัตว์น้ำแบบใหม่ โดยนำเอาเทคโนโลยีแบบ Interactive เข้ามาทำให้การดูสัตว์น้ำไม่ธรรมดาอีกต่อไป แสง สี เสียงมาแบบจัดเต็มแปลกแหวกแนวกว่าที่อื่น ที่ทำให้คุณต้องร้องว้าวมาแบบไม่รู้ตัว แถมยังสามารถดูจั้ตว์น้ำได้อย่างใกล้ชิดแบบที่ไม่สามารถทำได้จากที่อื่นๆ ที่สำคัญยังมีโซนสัตว์หายากที่มีทั้งสัตว์แปลกๆ ไปจนถึงเจ้านกแพนกวิ้นสุดน่ารัก และเสือโคร่งขาวมาให้ได้ตื่นเต้นกันแบบไม่มีเบรค
การเดินทาง
นั่งรถไฟสาย Osaka Monorail ลงที่สถานี Bampuku-Kinen-Koen เดินประมาณ 4 นาที
21. พิพิธภัณฑ์บะหมี่สำเร็จรูป (Momofuku Ando Instant Ramen Museum)

Photo from Official cupnoodles-museum.jp

Photo from Official cupnoodles-museum.jp
พิพิธภัณฑ์ที่ไม่เพียงได้เห็นประวัติความเป็นมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยังมีจุดไฮไลท์อย่างการสร้างสรรค์บะหมี่ถ้วยในรูปแบบของตัวเองไม่ว่าจะน้ำซุป เครื่องเคียงต่างๆ ทั้งยังได้เพ้นท์ถ้วยตามจิตนาการแบบมีถ้วยเดียวในโลก ถือได้ว่าทั้งได้ความรู้ ได้ความสนุกสนาน พร้อมของติดไม้ติดมือที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม
การเดินทาง
นั่งรถไฟสาย Hankyu-Takarazuka Line ลงสถานี Ikeda ทางออก Masumi-cho Homen เดินต่ออีกประมาณ 6-7 นาที
22. จุดชมวิวอาเบะโนะ ฮารุกัส(Abeno Harukas)

dutchmen-photography/shutterstock.com

madsolar/shutterstock.com
อยู่บนตึกสูง 300 เมตร ซึ่งเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ Jr Tennoji Station นอกจากเป็นจุดชมวิวแล้ว ยังมีห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และโรงแรมอีกด้วย ดาดฟ้าชมวิวมีชื่อว่า Harukasu 300 อยู่บนชั้น58-60 (รวมสามชั้น) ซึ่งเข้าชมโดยขึ้นลิฟท์ที่ชั้น 16 บนชั้นที่ 58 จะมีลานระเบียงไม้ ร้านคาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก บนชั้นที่ 60 สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา
การเดินทาง เดินได้จากสถานีรถไฟ Tennoji Station
23. วัด ชิเทนโนจิ Shitennoji

sanga-park/shutterstock.com

cowardlion/shutterstock.com

beeboys/shutterstock.com
วัดชิเทนโนจิ(Shitennoji) ไม่เพียงแต่เป็นวัดพุทธแห่งแรกของญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ แต่ยังได้ชื่อว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดของญี่ปุ่นเลยทีเดียวล่ะค่ะ ซึ่งวัดแห่งนี้ได้มีเจ้าชายโชโทคุผู้ที่ลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจนท่านได้ให้การสนับการสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นในปี 593 ถ้านับจนถึงปีนี้ก็เป็นเวลาราวๆ 1,400 ปีแล้ว โดยจะเห็นได้ว่าตัววัดได้มีการถูกบูรณะอยู่เรื่อยๆทำให้ยังคงสภาพที่ยังคงความงดงามอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าแม้จะถูกไฟไหม้มานับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรวัดแห่งนี้ได้แต่น้อย ความงดงามนี่ยังคงสไตล์เดิมๆเหมือนสมัยศตวรรษที่ 6 อย่างไรอย่างนั้น
เที่ยวโอซาก้าควรใช้เวลากี่วัน
การเที่ยวโอซาก้าแนะนำให้ใช้เวลา 3 ถึง 5 วันเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ตัวอย่างการวางแผนเที่ยวโอซาก้าแบบสั้นๆได้ประมาณนี้:
วันที่ 1: เที่ยวใจกลางเมืองโอซาก้า – เยี่ยมชมปราสาทโอซาก้า เดินเล่นที่ชินไซบาชิและโดทงโบริ และชมวิวจากตึกอุเมดะสกาย
วันที่ 2: เที่ยวใจกลางเมืองโอซาก้า – เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้า ศาลเจ้าสุมิโยชิไทฉะ และตลาดคุโรมงอิจิบะ
วันที่ 3: วันเดย์ทริปไป นาราหรือเกียวโต – เลือกไปวัดโทไดจิในนาราหรือวัดคิงคะคุจิและศาลเจ้าฟุชิมิอินาริในเกียวโต
วันที่ 4: เที่ยวสวนสนุกหรือสวนสัตว์ – เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซาก้า สวนสนุกยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์ญี่ปุ่น และผ่อนคลายที่สปาเวิลด์
เมนูเด็ดของเมืองโอซาก้า
โอซาก้าเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย มีอาหารที่ห้ามพลาดมากมาย โดยเฉพาะ Takoyaki และ Okonomiyaki:
- ทาโกะยากิ (Takoyaki): ลูกกลมๆ ทำจากแป้งที่ใส่ปลาหมึกยักษ์ มีขายทั่วไปตามถนน Dotonbori และตลาดต่างๆ
- โอโคโนมิยากิ (Okonomiyaki): แพนเค้กรสเค็มที่ใส่ส่วนผสมต่างๆ เช่น กะหล่ำปลี หมู และอาหารทะเล สามารถหาทานได้ที่ร้านในย่าน Shinsekai
- คุชิคัตสึ (Kushikatsu): ของทอดที่นำเนื้อสัตว์และผักมาชุบแป้งทอด นิยมทานที่ย่าน Shinsekai
- ราเมง (Ramen): โอซาก้ามีร้านราเมงหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่ราเมงน้ำซุปกระดูกหมูไปจนถึงราเมงเผ็ด
- เทปันยากิ (Teppanyaki): สามารถลองชิมได้ที่ร้านเทปันยากิระดับหรูในโอซาก้า
- ขนมและของหวาน: ร้านขนมในโอซาก้ามีให้เลือกมากมาย เช่น ขนมโมจิ ขนมเค้กหรือแพนเค้กเนื้อเด้ง
การเดินทางไปโอซาก้า

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:JP-Osaka-Kansai-AirPort-Station-Entrance.JPG
การเดินทางไปโอซาก้าสามารถทำได้หลายวิธี:
- เครื่องบิน: สนามบินหลักคือ Kansai International Airport (KIX) และ Osaka Itami Airport (ITM) มีเที่ยวบินตรงจากหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก
- รถไฟชินคันเซ็น (Shinkansen): การเดินทางจากโตเกียวไปโอซาก้าด้วยรถไฟชินคันเซ็น ใช้เวลาประมาณ 2.5-3 ชั่วโมง โดยลงที่สถานี Shin-Osaka
- รถบัสและรถเช่า: มีบริการรถบัสจากเมืองต่างๆ ในญี่ปุ่น หรือสามารถเช่ารถเพื่อเดินทางเอง
การเดินทางภายในเมืองโอซาก้า
การเดินทางภายในโอซาก้ามีระบบขนส่งที่สะดวกและครอบคลุม:
- รถไฟใต้ดิน (Subway): โอซาก้ามีระบบรถไฟใต้ดินที่เชื่อมโยงทุกส่วนของเมือง สถานีสำคัญ เช่น Namba, Umeda และ Tennoji
- รถไฟ JR: JR Osaka Loop Line เชื่อมโยงสถานที่สำคัญต่างๆ ในโอซาก้า
- รถบัส: บริการรถบัสครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ในเมือง
- บัตร IC card: บัตร IC เช่น ICOCA และ Suica สามารถใช้กับระบบขนส่งสาธารณะได้ทั้งรถไฟและรถบัส
บัตร และ pass ของโอซาก้า
การใช้บัตรและ pass ช่วยให้การเดินทางในโอซาก้าสะดวกและประหยัด:
- Osaka Amazing Pass: ให้เข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ฟรี และใช้เดินทางในระบบขนส่งสาธารณะได้แบบไม่จำกัด
- Kansai Thru Pass: เหมาะสำหรับการเดินทางในภูมิภาคคันไซ รวมถึงโอซาก้า เกียวโต นารา และโคเบ
- JR Pass: เหมาะสำหรับการเดินทางทั่วญี่ปุ่น รวมถึงการเดินทางในโอซาก้าด้วย JR
- Osaka Visitors’ Ticket: บัตรสำหรับนักท่องเที่ยวที่ให้ส่วนลดค่ารถไฟใต้ดิน
เที่ยวโอซาก้าช่วงไหนดี
การเลือกช่วงเวลาเที่ยวโอซาก้าขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและกิจกรรมที่ต้องการ เพราะแต่ละฤดู แต่ละเดือน ก็จะมีสภาพอากาศและบรรยากาศ รวมถึงไฮไลท์ที่แตกต่างกัน:
- ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม): อากาศเย็นสบาย มีเทศกาลดอกซากุระที่สวน Kema Sakuranomiya Park และ Osaka Castle Park
- ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม): อากาศร้อนและชื้น มีเทศกาลดอกไม้ไฟ เช่น Tenjin Matsuri
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน): อากาศเย็นสบาย มีเทศกาลใบไม้เปลี่ยนสีที่ Minoo Park และ Expo ’70 Commemorative Park
- ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์): อากาศหนาว มีงานเทศกาลปีใหม่และประดับไฟที่ Osaka Hikari Renaissance
เรื่องต้องรู้ของคนเที่ยวโอซาก้า
>>> แนะนำ โรงแรมที่พัก โอซาก้า อัพเดตล่าสุด <<<

>>> รวมที่เที่ยวโอซาก้า สุดฮิต ห้ามพลาด <<<
