รวม 26 ที่เที่ยวเกียวโต สวยงาม อลังการ ห้ามพลาด เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น 2568

เกียวโต(Kyoto)เป็นเมืองหลงเก่าของญี่ปุ่น เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง การมาเที่ยวญี่ปุ่นนอกจากเมืองหลวงอย่างโตเกียว(Tokyo)แล้ว เกียวโตก็เป็นอีกเมืองหนึ่งไม่ควรพลาดเพราะเป็นเต็มไปด้วย วัดและศาลเจ้าเก่าแก่โบราณ ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีความสวยงาม แตกต่างกันไป ทำให้เมืองเกียวโตมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย
เราจึงรวมเอาที่เที่ยวฮิตๆที่คนไปเที่ยวมาแล้วประทับใจที่สุด 26 ที่เที่ยวเกียวโต เมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรม อัพเดทล่าสุด เผื่อใครกำลังวางแผนอยู่จะได้ไม่พลาดที่จะใส่เข้าไปในโปรแกรมเที่ยวของตัวเองด้วย
การแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวของเกียวโตออกเป็นโซนย่อยๆ จะช่วยให้เราเห็นภาพการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น และแม้เกียวโตจะมีทั้งรถไฟและรถบัสสำหรับการเดินทาง แต่ต้องบอกว่าการจราจรในเกียวโตบางช่วงเวลาจะแย่มากๆ จึงแนะนำให้เลือกรถไฟตลอดถ้าเป็นไปได้ โดยเราจะแบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ
- ที่เที่ยวในเขตตัวเมืองที่เดินทางได้ด้วย รถไฟ
- ที่เที่ยวในเขตตัวเมืองที่ต้องเดินทางด้วย รถบัส
- ที่เที่ยวในเขตตัวเมืองที่เดินทางได้ด้วย รถไฟ
- ที่เที่ยวในเขตตัวเมืองที่ต้องเดินทางด้วย รถบัส
ที่เที่ยวในเขตตัวเมืองเกียวโตที่เดินทางได้ด้วย รถไฟ
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนเขตตัวเมืองเกียวโตที่มีสถานีรถไฟใกล้ๆในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตร
▌1. ศาลเจ้าเฮอัน (Heian Shrine)

sean-pavone/shutterstock.com

sean-pavone/shutterstock.com

Photo by Toshiyuki IMAI from flickr.com/photos/matsuyuki/27465682236/ [CC by-sa 2.0]
▌2. ย่านฮิกาชิยาม่า (Higashiyama)

sean-pavone/shutterstock.com

summit-art-creations/shutterstock.com

บรรยากาศตรอกฮิกาชิยามะ
ย่านฮิกาชิยาม่า(Higashiyama)เป็นถนนโบราณสำหรับเดินเล่นช้อปปิ้ง กินบรรยากาศเก่าแก่ของเมืองเกียวโต สองข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านขนมมากมาย โดยย่านนี้จะอยู่บนเนินเขาทางตะวันออกของเกียวโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณระหว่างวัดน้ำใส(Kiyomizudera) ไปจนถึงศาลเจ้ายาซากะ(Yasaka) จะเป็นถนนทางเดินแคบๆ สองข้างทางจะมีอาคารไม้ทรงโบราณแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ซึ่งเป็นทั้งร้านอาหาร ร้านขนมพื้นเมือง ให้ความรู้สึกถึงเมืองเก่าที่ยังคงมีความเป็นเอกลักษ์ของเกียวโตในสมัยก่อนอยู่
▌3. วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji Temple)

amstk/shutterstock.com

kobo/shutterstock.com

mei-yi/shutterstock.com
วัดนันเซ็นจิ (Nanzenji) ตั้งอยู่ในแถวๆเชิงเขากาชิยะมะ ของเมืองเกียวโตนั่งเองค่ะ วัดแห่งนี้นั้นนับเป็นวัดนิกายเซ็นของศาสนาพุทธที่มีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเป็นวัดที่มีอาณาบริเวณกว้างขวางมากๆ ภายในนั้นยังเป็นที่ตั้งของอีกหลายๆวัดอีกต่างหาก ซึ่งจริงๆแล้วตัววัดได้ถูกสร้างขึ้นประมาณศตวรรษที่ 13 โดยองศ์จักรพรรดิคาเมยามะ (Kameyama) ที่แรกเริ่มเดิมทีเพียงแค่ต้องการจะสร้างที่พำนักอาศัยช่วงที่ท่านอายุมากๆในวัยเกษียณอายุแล้ว หากภายหลังก็ได้กลายมาเป็นวัดนันเซ็นจิในที่สุด แต่เมื่อเกิดสงครามขึ้นในสมัยมุโรมาชิ (Muromachi )สิ่งปลูกสร้างหลายๆส่วนได้ถูกเผาทำลายลงอย่างมากมาย จนเรียกได้ว่าต้องทำการบูรณะใหม่แทบทั้งหมดในภายหลังแล้วก็อยู่มาจนถึงปัจจุบันนี่แหล่ะค่ะ
▌4. ย่านกิออน (Gion)

cowardlion/shutterstock.com

prasitrodphan/shutterstock.com

Photo by David Offf from flickr.com/photos/67162482@N07/6122298899/ [CC by 2.0]

photos by David Offf from flickr.com/photos/67162482@N07/6122839290(cc by 2.0)
กิออนเป็นย่านราตรีแห่งเกียวโต ที่จะสามารถเห็นเกอิชาเดินไปมาในบริเวณนี้ได้ ย่านนี้อยู่ใกล้ๆกับศาลเจ้ายาซากะ(Yasaka Shrine) และแม่น้ำคาโมะ(Kamo River) ถนนเส้นหลักจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านดื่มชาและร้านอาหารมากมาย ซึ่งแต่ละร้านก็จะการแสดงโชว์จากเกอิโกะ(geiko) และไมโกะ(maiko) ซึ่งสวยงามและเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยในย่านนี้อาคารบ้านเรือนจะเป็นอาคารไม้แบบดั้งเดิม แต่ละหลังจะขนาดไม่ใหญ่ความกว้างประมาณ 5-6 เมตรเท่านั้น และจะเริ่มคึกคักในช่วงเย็นเป็นต้นไป
▌5. ปราสาทนิโจ (Nijo Castle)

beeboys/shutterstock.com

keongdagreat/shutterstock.com

richie-chan/shutterstock.com
ปราสาทนิโจ(Nijo Castle, 二条城) ตั้งอยู่ที่เมืองเกียวโต โดยถือเป็นอีกสิ่งปลูกสร้างหนึ่งของเมืองที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกของยูเนสโก้ ปราสาทแห่งนี้นั้นมีอายุมานานหลายร้อยปีเลยนะคะ โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1603 ในการเป็นที่พำนักอาศัยของท่านโชกุนโทคุกาวะ ที่ถือเป็นบุคคลสำคัญเนื่องจากท่านนั้นเป็นโชกุนคนแรกของสมัยเอโดะราวๆปี ค.ศ.1603-1867ได้ค่ะ ซึ่งการสร้างปราสาทนี้นั้นเรียกได้ว่าไม่ใช่ง่ายๆเลยนะคะ อาจจะเป็นเพราะภายในมีอาคารมากถึงหลายส่วนอีกทั้งในยุคนั้นอาจมีอุปสรรคหลากหลายด้าน จนทำให้ต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะสร้างเสร็จ หากที่เห็ฯในปุจจุบันก็ไม่ใช่เฉพาะที่ส้รางในยุคเอโดะเท่านั้นนะคะ ยังมีอีกหลายๆส่วนที่ได้ต่อเติมหรือสร้างขึ้นใหม่อีกภายหลังด้วยล่ะค่ะ
▌6. ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market)

kshandley/shutterstock.com

im_chanaphat/shutterstock.com

cowardlion/shutterstock.com
ตลาดนิชิกิ(Nishiki Market)ถือว่าเป็นตลาดที่ดังที่สุดในเมืองเกียวโตทีเดียวค่ะ ดูได้จากคึกคักอยู่ตลอดเวลาและมีผู้คนพลุกพล่าน เดินเลือกซื้ออาหารของสดและของแห้ง มีความหลากหลายของร้านค้าตลอดทั้งเส้น แม้จะเป็นถนนสายช้อปปิ้งสายแคบๆ ความยาวประมาณห้าช่วงตึก มีร้านค้าและร้านอาหารมากกว่า 100 ร้านค้าเรียงรายกันอยู่ มีทั้งของสดของแห้งไปจนถึงอาหารทะเลสดๆ, ภาชนะประกอบอาหาร, มีดญี่ปุ่น, และยังเป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงที่มีอาหารตามฤดูกาลให้เลือกซื้อเลือกชิม ที่พลาดไม่ได้เลยจะเป็นสินค้าจำพวกอาหารพื้นเมืองของเกียวโตอย่างเช่น ขนมหวานที่มีเฉพาะเมืองเกียวโต, ผักดอง, และของทะเลตากแห้งแปลกๆ และซูชิแบบดั้งเดิมของเกียวโตอีกด้วย เรียกได้เลยว่าเป็นตลาดที่รวมทุกสิ่งโดยเฉพาะของกินนานาชนิดไว้ให้เลือกอย่างละลานตา จนได้รับฉายานามว่า “Kyoto’s Kitchen”ซึ่งแปลตรงๆได้ว่าครัวของเมืองเกียวโตนั่นเองค่ะ
▌7. วัดซันจูซันเก็นโด หรือวัดเจ้าแม่กวนอิมพันมือ(Sanjusangendo Temple)

Photo by Devin Lieberman from flickr.com/photos/devinlieberman/28689547942/ [CC by 2.0]

sean-pavone/shutterstock.com

sean-pavone/shutterstock.com
วัดซันจูซันเก็นโด (Sanjusangendo Temple) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองเกียวโต ซึ่งจะมีอีกชื่อหนึ่งที่คนทั่วๆไปรู้จักกันนั่นก็คือ วัดเจ้าแม่กวนอิม 1000 มือนั่นเองค่ะ พอฟังชื่อปุ๊บก็น่าจะพอรู้ๆกันว่าจุดเด่นของที่นี่น่าจะเป็นแม่กวนอิมแน่ๆ โดยภายในวัดนั้นจะมีองค์เจ้าแม่กวนอิมพันมือ (Senju Kannon)จำนวนมากถึง 1,001 องค์ด้วยกัน วัดแห่งนี้ได้ถูกค้นพบในราวๆปี ค.ศ. 1164 ช่วงที่เพิ่งพบวัดนั้นตัววัดมีความเสียหายที่เกิดจากการถูกไฟไหม้อย่างมาก ต่อมาภายหลังจากที่พบนี่แหล่ะค่ะถึงได้ถูกบูรณะฟื้นฟูส่วนต่างๆจนกลับมาสมบูรณ์อย่างที่ได้เห็นในปัจจุบัน
▌8. ย่านริมน้ำพอนโตโชะ (Pontocho)

sanga-park/shutterstock.com

pkul/shutterstock.com

gagliardiphotography/shutterstock.com

photos by Opponent from commons.wikimedia.org/wiki/File:Noryo_yuka_of_a_Korean_restaurant_by_Wolfiewolf_in_Pontocho,_Kyoto.jpg(cc by 2.0)
พอนโตโชะ(Pontocho)นั้นเป็นกินพื้นที่บริเวณตั้งแต่ถนนชิโจ(Shijo-dori) ถึงถนนซันโจ(Sanjo-dori) โดยตลอดเส้นทางเดินที่เป็นเส้นแคบๆไม่ใหญ่ไม่เล็กนั้นจะขนานไปกับแม่น้ำคาโมะ พูดได้เลยว่าไม่มีใครในเกียวโตจะไม่รู้จัก เนื่องจากเป็นทั้งแหล่งกินดื่มยอดฮิตและยังเป็นย่านเดินเล่นริมน้ำสุดชิวยามเย็นเลยทีเดียวค่ะ ถ้าใครที่อยากจะมาหาร้านอาหารนั่งบรรยากาศดีๆแนะนำต้องมาที่นี่ด่วนๆ เพราะตลอดสองฝั่งข้างทางมีร้านอาหาร ผับ บาร์ มากมาย โดยเฉพาะยากิโทริ (yakitori) อาหารปิ้งย่างแบบดั้งเดิม ร้านค้าส่วนมากมักจะเปิดให้บริการในช่วงเย็นไปจนถึงดึกๆ จะมีแค่บางร้านส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเปิดในช่วงกลางวันซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีนะคะ ถ้ามาช่วงกลางวันก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าจะดีที่สุดก็คงจะเป็นช่วงค่ำๆนี่แหล่ะค่ะ ยิ่งร้านที่ติดๆริมแม่น้ำคาโมะ (Kamogawa)ที่จะตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของเส้นพอนโตโชะ บอกได้เลยว่าบรรยากาศโรแมนติกแบบสุดๆไปเลย เรียกว่าจ่ายหลักร้อยไปจนพันแต่วิวเนี่ยหลักล้านชัดๆ
▌9. ย่านช้อปปิ้งถนนชินเคียวโกกุและเทอระมะชิ Shinkyogoku and Teramachi

fotos593/shutterstock.com

fotos593/shutterstock.com
ถนนคนเดินที่เป็นเส้นช้อปปิ้งกลางใจเมืองเกียวโตจะมีอยู่หลักๆ 2 เส้นคือ ชินเคียวโกกุ(Shinkyogoku) กับ เทอระมะชิ(Teramachi) ที่อยู่ขนานกัน เป็นตรอกเล็กๆอยู่บนถนนชิโจ โดริ(Shijo Dori)ที่เป็นถนนเส้นหลักวิ่งผ่าใจกลางเมืองเกียวโต
ที่เที่ยวในเขตตัวเมืองเกียวโตที่ต้องเดินทางด้วย รถบัส
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนเขตตัวเมืองเกียวโตที่ไม่มีสถานีรถไฟในระยะ 1 กิโลเมตร ทำให้ต้องใช้บริการ รถบัส เท่านั้น
▌10. วัดคินคะคุจิ หรือวัดทอง (Kinkakuji Temple)

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:%E9%9B%AA%E3%81%AE%E9%87%91%E9%96%A3%E5%AF%BA_Kinkakuji_temple_in_snow_%285360143285%29.jpg

Photo by E_Miyagawa from flickr.com/photos/149700220@N04/33937913244/ [CC by-sa 2.0]
▌11. วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera)

sunday-cat-studio/shutterstock.com
วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใสเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 780 มีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากน้ำตกโอโตวะ (Otowa Waterfall)ไหลผ่าน ทำให้เป็นที่มาของชื่อ “วัดน้ำใส” นอกจากนี้ยูเนสโกได้บันทึกให้วัดแห่งนี้ขึ้นเป็นมรดกโลก (UNESCO world heritage sites) อีกด้วย อาคารที่มีชื่อเสียงของวัดแห่งนี้ก็คืออาคารไม้ขนาดใหญ่ ที่เสาของอาคารมีความสูงถึง 13 เมตรจากพื้นดิน และโถงอาคารถูกสร้างให้ยื่นออกไปภายนอกทำให้บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นเมืองเกียวโตในฤดูต่างๆ และยังเป็นจุดชมซากุระและชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อของเกียวโตอีก นอกจากนี้อาคารไม้ของวัดคิโยะมิซุสร้างขึ้นโดยไม่มีการใช้ตะปูตอกแม้แต่ตัวเดียวในการก่อสร้าง
▌12. วัดเออิคันโดะ Eikando Temple

Photo by aurea-avis from flickr.com/photos/78473093@N05/16209003825/ [CC by-nd 2.0]

Photo by aurea-avis from flickr.com/photos/78473093@N05/16021488768/ [CC by-nd 2.0]

Photo by np&djjewell from flickr.com/photos/10110263@N03/4617922588/ [CC by 2.0]
วัดเออิคันโดะ (Eikando Temple) หรือวัดเซ็นรินจิ(Zenrinji Temple) นับเป็นวัดที่มีชื่อเสียงในการชมใบไม้แดงในช่วงฤดูใบไม้แดงของเมืองเกียวโตที่หาตัวจับยากอีกแห่งเลยล่ะค่ะ ซึ่งบริเวณที่เป็นจุดชมใบไม้แดงที่เลื่องชื่อของวัดนี้จะอยู่ตรงบริเวณสวนโฮโจ(Hojo) ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม มีทั้งลำธารเล็กๆ บ่อน้ำ และสะพานเชื่อมต่อกับส่วนที่เป็นอาคาร มีความสวยงามที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่จัดแสดงไฟในตอนกลางคืน เรียกได้ว่าสวยทั้งกลางวันฟินทั้งกลางคืน โรแมนติกแบบสุดๆไปเลยค่ะงานนี้
ที่เที่ยวนอกตัวเมืองเกียวโตที่เดินทางได้ด้วย รถไฟ
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนอกตัวเมืองเกียวโตที่มีสถานีรถไฟในระยะไม่เกิน 1 กิโลเมตร
▌13. ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ หรือศาลเจ้าแดง (Fushimi Inari Shrine)

ทางเดินใต้เสาโทริอิในศาลเจ้าแดง
ศาลเจ้าแดงหรือศาลเจ้าจิ้งจอกเป็นศาลเจ้าของศาสนาชินโต(Shinto)ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต(Kyoto) มีชื่อเสียงโด่งดังจากประตูโทริอิ (Torii Gate) หรือเสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกันข้างหลังศาลเจ้าจำนวนหลายหมื่นต้นจนเป็นทางเดินได้ทั่วทั้งภูเขาอินาริ ที่ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักสิทธ์ โดยเทพอินาริจะเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวข้าว รวมไปถึงพืชผลไร่นาต่างๆ และมักจะมีจิ้งจอกเป็นสัตว์คู่กาย(บ้างก็ว่าท่านชอบแปลงร่างเป็นจิ้งจอก) จึงสามารถพบเห็นรูปปั้นจิ้งจอกมากมายด้วยเช่นกัน ศาลเจ้าแห่งนี้มีความเก่าแก่มากถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนสร้างเมืองเกียวโตซะอีก คาดกันว่าจะเป็นช่วงประมาณปีค.ศ. 794 หรือพันกว่าปีมาแล้ว
▌14. เมืองชนบทอาราชิยาม่า (Arashiyama)

guitar-photographer/shutterstock.com

guitar-photographer/shutterstock.com

guitar-photographer/shutterstock.com
อาราชิยาม่า(Arashiyama)เป็นอีกเขตหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมากัน อยู่ทางตะวักตกของเกียวโต จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันอย่างคับคั่งในช่วงที่ดอกซากุระบานและช่วงใบไม้แดงหรือใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะการนั่งรถไฟสายโรแมนติกซากาโน่(Sagano) และทางเดินป่าไผ่แปลกตาที่อยู่หลังวัดเทนริวจิ วัดดังของอาราชิยาม่า
▌15. จุดชมวิวอามาโนะฮาชิดาเตะ (Amanohashidate Sandbar)

sean-pavone/shutterstock.com

somjade-srimahachota/shutterstock.com

Photo by xanday from flickr.com/photos/xanday/9471035447 [CCSA2.0]
▌16. สตูดิโอโทเออิ (Toei Studio)

amarisa-s.thongchuea/shutterstock.com

ryushi/shutterstock.com

Photo by Franck Singler from flickr.com/photos/vol42/26386829635 [CCSA2.0]
ที่เที่ยวนอกตัวเมืองเกียวโตที่ต้องเดินทางด้วย รถบัส
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวนอกตัวเมืองเกียวโตที่ไม่มีสถานีรถไฟในระยะ 1 กิโลเมตร ต้องเดินทางด้วยรถบัสเท่านั้น
▌17. วัดกินคะคุจิ หรือวัดเงิน (Ginkakuji Temple)

taromon/shutterstock.com

pigprox/shutterstock.com

Photo by Ankur P from flickr.com/photos/ankurp/35450810783/ [CC by 2.0]
▌18. วัดบิชามอนโด Bishamon-do Temple

moustache-girl/shutterstock.com

shawn.ccf/shutterstock.com

ภายในวัดบิชามอนโด
วัดบิชามอนโด Bishamon-do Temple เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในแถบยามาชินะ มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเรื่องความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสี เส้นทางเดินจะปกคลุมไปด้วยใบเมเปิ้บสีแดงยาวตลอด 2 ข้างทาง ทำให้ดูเหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้เปลี่ยนสี นอกจากใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ก็ยังเป็นจุดชมซากุระอีกด้วย
▌19. เมืองชนบทคิบูเนะ (Kibune)

beeboys/shutterstock.com

beeboys/shutterstock.com

photos by Norio NAKAYAMA from flickr.com/photos/norio-nakayama/6390119297(cc by 2.0)
คิบูเนะ(Kibune)เป็นเมืองชนบทเล็กๆที่อยู่ในเขาทางตอนเหนือของเกียวโต มีชื่อเสียงด้านความงามตามธรรมชาติที่ผสานกับศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยมีศาลเจ้าคิบูเนะที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ด้วย ตามตำนานเทพเจ้าเดินทางจากเมืองโอซาก้าโดยใช้เรือสีเหลือง ล่องตามแม่น้ำขึ้นมาที่ภูเขาทางเหนือของเกียวโต และมาถึงปลายทางที่เมืองแห่งนี้ จึงเรียกตั้งชื่อเมืองตามตำนานว่า คิบูเนะ หรือ เรือสีเหลือง
▌20. หมู่บ้านชาวประมงโบราณ อิเนะ Ine

nithid-memanee/shutterstock.com

leungchopan/shutterstock.com

Photo by bryan… flickr.com/photos/bryansjs/25114115231 [CCSA2.0]
▌21. วัดเอนยาคุจิ (Enryakuji Temple)

yoko_ken_chan/shutterstock.com

takayuki-ohama/shutterstock.com

beeboys/shutterstock.com
วัดเอนยาคุจิ(Enryakuji Temple, 延暦寺) ตั้งอยู่ในเทือกเขาฝั่งตะวันออกของภูเขา Hiezanบริเวณระหว่างชายแดนของจังหวัดเกียวโตและจังหวัดชิงะ นับว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญมากๆสำหรับพุทธศาสนานิกายเท็นไดเลยนะคะ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของนิกายนี้เลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นอีกด้วย แรกเริ่มเดิมทีนั้นวัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 788 โดยท่านSaicho ผู้ซึ่งเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่นำพุทธศาสนาเท็นไดจากประเทศจีนเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นนั่นเองล่ะค่ะ ที่นี่มีเหล่าพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงเคยศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่นี่ไม่ว่าจะเป็น ผู้ก่อตั้งนิกายโจโด นิกายเซ็น และนิกายนิชิเรน
▌22. หมู่บ้านมิยาม่า (Miyama)

lee-yiu-tung/shutterstock.com

jamie-tsai/shutterstock.com

alon-adika/shutterstock.com
มิยาม่า(Miyama) นับพื้นที่ชนบทบนภูเขาที่ตั้งอยู่ห่างจากเกียวโตกลางไปประมาณ 30 กิโลเมตร เรียกได้ว่าเป็นชุมชนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุคสมัยก่อนอย่างเต็มเปี่ยมเลยนะคะ มีบ้านโบราณกระจายอยู่ทั่วพื้นที่กว่า 200 หลังคาเรือน มีลักษณะคล้ายๆหมู่บ้านเล็กๆ และชุมชนหลายๆชุมชนกระจัดกระจายไปตามทางแคบหุบเขาที่คดเคี้ยว แหล่งท่องเที่ยวหลักของที่นี่คือหมูบ้านทางทิศเหนือ เรียกว่า คายาบูกิ โน ซาโตะ Kayabuki no Sato ซึ่งมีกระท่อมหลังคาสูงอยู่ในพื้นที่เกือบ 40 หลัง แต่ละบ้านมีการอนุรักษ์รูปแบบตัวอาคารด้านนอกด้วยวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการมุงหลังคาแบบ kayabuki นี่ไม่ใช่แค่บ้านตัวอย่างที่สร้างให้คนได้ดูนะคะ เพราะเป็นบ้านจริงๆที่มีคนอยู่อาศัยจริงๆ ซึ่งเค้าก็คงการดำเนินชีวิตทำงานแบบคนทั่วๆไปในแถบนี้ เพียงแต่ด้วยสถาปัตยกรรมของบ้านที่คงความโบราณเป๊ะๆทำให้เราได้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แท้จริงของชนบทในประเทศญี่ปุ่นอย่างถ่องแท้เลยล่ะค่ะ
▌23. วัดเบียวโดอิน (Byodoin Temple)

sean-pavone/shutterstock.com

ryota.www/shutterstock.com

bule-sky-studio/shutterstock.com
วัดเบียวโดอิน (平等院, Byodoin Temple) ถือว่าเป็นวัดที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโจโดที่โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ค่ะ รูปแบบนี้เป็นที่รู้จักทั่วไปในชื่อ Buddhist Pure Land architecture หากจะบอกว่าแตกต่างจากสถาปัตยกรรมที่เราเห็นในในวัดญี่ปุ่นอย่างไรบ้างนั้น ก็สามารถพูดได้ว่าเป็นการสร้างที่ยึดเอาแนวคิดทางพระพุทธศาสนามาเป็นคอนเซ็ปต์หลักแล้วมีการเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียว ดูได้จากการจัดสวนที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นดินแดนบริสุทธิ์ต่างอุดมคติในศาสนาพุทธและยังได้เป็นต้นแบบการสร้างของวัดภายหลัง เดิมทีที่นี่นั้นไม่ได้เป็นวัดแต่เป็นบ้านพักต่างอากาศของผู้ทรงอิทธิพลในช่วงเวลานั้น หากมาภายหลังนี่แหล่ะค่ะที่เกิดความเปลี่ยนแปลงจากการที่ลูกชายของเจ้าของได้เปลี่ยนจากบ้านพักมาเป็นวัดเบียวโอดิน จริงแล้วแรกที่นี่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 998 แต่มาปรับเป็นวัดในปี ค.ศ. 1053 ซึ่งช่วงที่มีความเปลี่ยนแปลงเป็นวัดก็ได้มีการสร้างห้องโถงฟินิกซ์(Phoenix Hall)ที่โด่งดังขนาดกลายมาเป็นต้นสัญลักษณ์ด้านหลังของเหรียญเยนอีกต่างหาก ในส่วนนี้ก็น่าจะเป็นการการันตีความสำคัญของวัดแห่งนี้ได้ไม่ใช่น้อย
▌24. วัดเรียวอันจิ หรือวัดสวนหิน (Ryoanji Temple)

sean-pavone/shutterstock.com

leon-rafael/shutterstock.com

sean-pavone/shutterstock.com
วัดเรียวอันจิ (Ryoanji) นับได้ว่าเป็นวัดที่สมัยเฮอัน (Heian Period)ที่มีชื่อเสียงมากๆเกี่ยวกับความงดงามของสวนหิน เรียกได้ว่ามากที่สุดในเกียวโตและยังเป็นอันดับต้นของประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ ซึ่งด้วยความโด่งดังนี่เองทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศจำนวนมากในแต่ละวัน ตัวสวนหินนั้นไม่ได้มีหลักฐานแบบชี้ชัดว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ด้วยความมีเอกลักษณ์ของการออกแบบสวนแห่งนี้นี่เองที่ทำให้มีชื่อเสียงขจรไปไกลขนาดนี้ บอกเลยว่าถ้าอยากมาเห็นสวยหินงามๆในเกียวโตที่วัดวัดเรียวอันจินี่ถือว่าเป็นตัวเลือกอันดับแรกเลยทีเดียวเชียวค่ะ
▌25. วัดโยชิมิเนะเดะระ(Yoshiminedera Temple)

rutphoto/shutterstock.com

yoshihide-kimura/shutterstock.com

shikema/shutterstock.com
วัดโยชิมิเนะเดะระ(Yoshiminedera Temple) ตั้งอยู่ที่ภูเขาทางทิศตะวันตกของเมืองเกียวโต (Kyoto) นับเป็น เป็นวัดของพุทธศาสนานิกายเท็นได(Tendai)ที่คล้ายๆกับวัดดังอย่างวัดน้ำใส(Kiyomizudera) ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเลยล่ะค่ะ โดยวัดแห่งนี้ค่อนข้างจะมีพื้นที่บริเวณที่กว้างขวาง เต็มไปด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติที่พาให้ใจได้ชุ่มชื่น และยังได้สัมผัสกับความเป็นธรรมชาติแบบใกล้ชิด
▌26. วัดโคเคเดระ หรือวัดสวนมอส (Kokedera Moss Temple)

fang-chunkai/shutterstock.com

fang-chunkai/shutterstock.com

photos by Andreas Tack from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kyotogarden.jpg(cc by public domain)
วัดโคเคเดระ หรือวัดสวนมอส ได้ชื่อมาจากการจัดสวนภายในวัด ที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้องมอสเกือบทั้งหมด วัดแห่งนี้ยังได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย (Unesco World Heritage Sites) ในการเข้าชมนั้นจะต้องรับได้การอนุญาตจากทางวัดก่อน สามารถทำการจองได้โดยการส่งจดหมายมาที่วัด จากนั้นทางวัดส่งจดหมายเชิญกลับมาให้ และนำจดหมายนั้นมายื่นเมื่อมาถึงได้เลย
>>> แนะนำ โรงแรมที่พัก เด็ด ทั่วเมืองเกียวโต อัพเดตล่าสุด <<<